PHA ผลัดเซลล์ผิวรุ่นที่ 3 เพื่อผิวบอบบางแพ้ง่าย — หลักการของแลคโตไบโอนิกแอซิดและการดูแลผิวประจำวัน
สรุปหลักการดูแลปราการผิวด้วย PHA ส่วนผสมรุ่นที่ 3 ที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้ระคายเคืองเหมือน AHA/BHA รวมถึงความแตกต่างจาก LHA
[!TIP]
ช้อปสินค้า K-Beauty ยอดนิยมกลุ่ม PHA ของแท้บน Amazon
พบกับเจลผลัดเซลล์ผิว Benton PHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้เรียบเนียนและเติมความชุ่มชื้นโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง แม้ผิวบอบบางก็ใช้ได้ หาซื้อได้แล้ววันนี้บน Amazon
👉 เช็คราคาและรีวิวเจลผลัดเซลล์ผิว Benton PHA ที่ถูกที่สุดบน Amazon ได้ที่นี่
คุณเป็นคนที่มี 'ผิวบอบบางมาก' ที่เคยลองใช้เอสเซนส์ผลัดเซลล์ผิวชื่อดัง (AHA, BHA) แล้วเกิดอาการแดงหรือแสบร้อนจนต้องล้มเลิกการผลัดเซลล์ผิวไปใช่ไหม? การกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพและปรับสภาพผิวคือหัวใจสำคัญของการดูแลผิว แต่สำหรับผิวที่บอบบางและมีปราการผิวบาง การใช้สารออกฤทธิ์เข้มข้นสูงอาจกลายเป็นดาบสองคม เพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงได้มีการพัฒนา 'PHA (Polyhydroxy Acid)' ซึ่งเป็นสารผลัดเซลล์ผิวสูตรชุ่มชื้นที่อ่อนโยนรุ่นที่ 3 ขึ้นมา
ในคู่มือฉบับนี้ เราจะวิเคราะห์ตั้งแต่หลักการผลัดเซลล์ผิวของ PHA ความแตกต่างจาก LHA ข้อดีและข้อเสียที่สำคัญ ความแตกต่างของการระคายเคืองในแต่ละสีผิว ไปจนถึงวิธีการเลเยอร์ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องก่อนการแต่งหน้าอย่างละเอียด
ข้อดีและข้อเสีย (ปัญหา) ที่สำคัญของ PHA ในกิจวัตรการดูแลผิวคืออะไร
PHA คือสารผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยนที่สุดที่แม้แต่ผิวที่บอบบางที่สุดก็สามารถใช้ได้ทุกวัน แต่มีข้อจำกัดตรงที่การแก้ไขปัญหาผิวขรุขระอาจทำได้ช้ากว่า
ข้อดีหลักของ PHA (Pros)
การผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยนขั้นสุด: เนื่องจากโมเลกุลมีขนาดใหญ่จึงไม่สามารถซึมลึกเข้าสู่ผิวได้ แต่จะทำงานอยู่เฉพาะบริเวณผิวชั้นนอกเท่านั้น ทำให้กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือร้อนเหมือนการใช้ AHA
การผลัดเซลล์ผิวพร้อมเติมความชุ่มชื้น: อุดมไปด้วยกลุ่มไฮดรอกซิล (OH) ที่ช่วยดึงดูดโมเลกุลน้ำในอากาศ ช่วยขจัดเซลล์ผิวไปพร้อมกับสร้างฟิล์มเจลที่ชุ่มชื้นเคลือบผิว ทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
ไม่ไวต่อแสง: ไม่เพิ่มความไวของผิวต่อรังสี UV จึงสามารถใช้ในกิจวัตรการดูแลผิวตอนเช้าได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระคายเคืองหรือจุดด่างดำ
ข้อเสียหลักและปัญหาของ PHA (Cons)
เห็นผลค่อนข้างช้าและค่อยเป็นค่อยไป: ขาดความสามารถในการละลายสิวหัวดำที่ฝังลึกหรือเซลล์ผิวที่หนาเตอะอย่างรุนแรงในทันที จึงจำเป็นต้องใช้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
ปัญหาเครื่องสำอางเป็นคราบในตอนเช้า: เนื่องจากคุณสมบัติในการสร้างฟิล์มเจลของ PHA หากไม่ตบให้ซึมเข้าผิวอย่างดีก่อนลงรองพื้น อาจทำให้เครื่องสำอางเป็นก้อนหรือหลุดลอกเหมือนเศษยางลบได้
มีความแตกต่างในการใช้ PHA ตามโทนสีผิว (Fitzpatrick Scale) หรือไม่
PHA เป็นสารผลัดเซลล์ผิวรุ่นถัดไปที่ปลอดภัยและอ่อนโยนที่สุด ไม่กระตุ้นเม็ดสีเมลานินและไม่ทำลายปราการผิว ทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกสีผิว
คนผิวดำและฮิสแปนิก (Type IV~VI): ผิวที่มีเม็ดสีเมลานินเข้มข้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) หากใช้สารผลัดเซลล์ผิวที่มีกรดรุนแรงอย่าง AHA หรือ BHA PHA มีโอกาสก่อให้เกิดการระคายเคืองจนเป็นรอยดำเกือบ 0% จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดในการขจัดเซลล์ผิวและเผยผิวที่เปล่งปลั่งกระจ่างใส
คนผิวขาว (Type I~II): ผิวชั้นนอกมักบางมากจนเกิดรอยแดงได้ง่ายจากการเสียดสีหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย สำหรับผิวกลุ่มนี้ AHA อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดรอยแดง แต่ PHA ช่วยปกป้องปราการความชุ่มชื้นของผิวในขณะที่ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนโดยไม่ก่อให้เกิดรอยแดง
ทำไมสาร PHA (Polyhydroxy Acid) ถึงยอดเยี่ยมสำหรับการผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย
PHA เป็นสารผลัดเซลล์ผิวรุ่นที่ 3 ที่พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างพื้นฐานของ AHA (Alpha Hydroxy Acid) ซึ่งเป็นกรดที่ละลายในน้ำรุ่นที่ 2
เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ PHA มีอัตราการระคายเคืองต่ำมากสำหรับผิวบอบบาง คือ ขนาดโมเลกุลที่ใหญ่มาก (Molecular Weight) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) ในกลุ่ม AHA มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก จึงซึมเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้รู้สึกแสบยิบ แต่ PHA มีโมเลกุลใหญ่จนไม่สามารถแทรกซึมผ่านช่องว่างไขมันหรือรูขุมขนเข้าไปได้ลึก จึงทำได้เพียงวนเวียนอยู่บนผิวชั้นนอกและค่อยๆ คลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ผิวเรียบเนียนโดยไม่รู้สึกแสบ
นอกจากนี้ ยังมี 'ไฮดรอกซิลกรุ๊ป (-OH)' ที่ชอบน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยดึงความชื้นจากอากาศเหมือนแม่เหล็กเพื่อสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นในขณะที่ทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิว
ประเภทและคุณลักษณะของ PHA เช่น กลูโคโนแลคโตน (Gluconolactone) และแลคโตไบโอนิกแอซิด (Lactobionic Acid)
เมื่อตรวจสอบส่วนผสมที่ด้านหลังของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สารกลุ่ม PHA จะมีชื่อเรียกและคุณลักษณะดังนี้:
กลูโคโนแลคโตน (Gluconolactone): สกัดจากแป้งพืช เช่น ข้าวโพด มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทั่วไป มีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวและมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการอักเสบภายในเซลล์ผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนและจัดการริ้วรอยไปพร้อมกัน
แลคโตไบโอนิกแอซิด (Lactobionic Acid): มีต้นกำเนิดจากน้ำตาลนม (Lactose) มีความสามารถในการกักเก็บน้ำ (Hydration) สูงมาก มักใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้งเสียบอบบางที่ต้องการการบำรุงขั้นสุด โดยจะเคลือบฟิล์มเจลชุ่มชื้นตามธรรมชาติไว้บนผิว
เหตุผลที่ผิวบอบบางมากซึ่งมักเกิดอาการแสบแดงเมื่อใช้ AHA หรือ BHA ควรเปลี่ยนมาใช้ PHA
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวภูมิแพ้ ผิวอักเสบจากการสัมผัส หรือผิวแดงง่าย การฝืนใช้ AHA/BHA จะทำให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลายมากเกินไปจนเกิดอาการคัน แต่ PHA มอบทางเลือกที่ชัดเจนดังนี้:
ลดการระคายเคืองปราการผิวเกือบเป็นศูนย์: การซึมผ่านของโมเลกุลจำกัดอยู่แค่ที่ผิวชั้นนอก จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแสบหรือร้อน
กระตุ้นความชุ่มชื้น: มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า
ไม่ไวต่อแสง: ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องผิวไวต่อแสงแดดหรือกระตุ้นการผลิตเม็ดสีส่วนเกินเหมือน AHA
เคล็ดลับป้องกันปัญหาเครื่องสำอางเป็นคราบเมื่อใช้เอสเซนส์หรือโทนเนอร์ PHA
สาร PHA ความบริสุทธิ์สูง เช่น แลคโตไบโอนิกแอซิด มีคุณสมบัติในการสร้างฟิล์มเคลือบผิว หากทาหนาเกินไปก่อนแต่งหน้าในตอนเช้า อาจทำปฏิกิริยากับน้ำมันในบีบีครีมหรือรองพื้นจนเป็นคราบได้
เคล็ดลับในการป้องกันคือ การตบเบาๆ ให้ซึมสู่ผิวอย่างเพียงพอ
หลังจากทาโทนเนอร์หรือเซรั่ม PHA ให้ใช้นิ้วตบเบาๆ บริเวณแก้มและข้างจมูกหลายๆ ครั้งจนรู้สึกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิวจนหมดและมีความเหนอะหนะเพียงเล็กน้อย (Tacky) ก่อนที่จะลงครีมกันแดด วิธีนี้จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนและดูฉ่ำวาวได้ยาวนานโดยไม่เป็นคราบ
สามารถใช้ PHA ในกิจวัตรประจำวันทั้งเช้าและเย็นทุกวันได้หรือไม่
ได้ หากเป็นโทนเนอร์หรือเอสเซนส์เนื้อเจลที่มีความเข้มข้นของ PHA ประมาณ 1~3% สามารถใช้ได้วันละ 2 ครั้งเช้าเย็นในระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเกราะป้องกันผิวถูกทำลาย
เนื่องจากไม่ใช่การผลัดเซลล์ผิวแบบรุนแรงเหมือน AHA หรือ BHA และยังมีบทบาทในการเป็นเกราะป้องกันความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากเพิ่งผ่านการทำเลเซอร์หรือมีแผลจากการกดสิวที่ยังอักเสบอยู่ ควรเว้นการใช้ไปสัก 2-3 วัน
PHA มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันริ้วรอยจากแสงแดดหรือไม่
ใช่ จากงานวิจัยทางคลินิกพบว่าสาร PHA เช่น กลูโคโนแลคโตน มีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่เป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Chelating Antioxidant) โดยจะเข้าไปขัดขวางการรวมตัวของเหล็กไอออนที่หลั่งออกมาจากเซลล์ผิวเมื่อได้รับแสง UV
สิ่งนี้ช่วยเสริมกลไกการป้องกันเพื่อไม่ให้คอลลาเจนและโครงสร้างความยืดหยุ่นของผิวถูกทำลายจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UV ดังนั้นการทาแอมพูล PHA หลังล้างหน้าในตอนเช้าจึงเป็นกิจวัตรการดูแลผิวเพื่อชะลอวัยที่ยอดเยี่ยม
ลำดับการใช้ PHA ร่วมกับเรตินอล (Retinol) หรือวิตามินซีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ต่างจาก AHA/BHA, PHA มีความระคายเคืองต่ำมากจึงสามารถใช้คู่กับสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างเรตินอลหรือวิตามินซีได้อย่างชาญฉลาด:
คู่กับวิตามินซี: หลังจากล้างหน้าในตอนเช้า ให้ทาเซรั่มวิตามินซีเป็นลำดับแรก หลังจากผ่านไป 5 นาที ให้ทาโทนเนอร์หรือเอสเซนส์ PHA ตาม จะช่วยลดความรู้สึกแห้งหรือแสบยิบจากวิตามินซีได้ด้วยกลุ่มไฮดรอกซิลของ PHA ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นทันที
คู่กับเรตินอล: ในกิจวัตรตอนเย็น หลังล้างหน้าด้วยโฟมสูตรอ่อนโยน ให้เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ PHA เพื่อเปิดผิวอย่างนุ่มนวล จากนั้นจึงทาเซรั่มเรตินอลตาม จะช่วยให้เรตินอลซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นโดยไม่เกิดการระคายเคือง
ความแตกต่างระหว่าง LHA และ PHA ซึ่งเป็นสารผลัดเซลล์ผิวที่มีคุณสมบัติต่างกัน
แม้ว่าทั้งสองจะนิยมนำมาผสมในแผ่นเช็ดทำความสะอาดผิว (Exfoliating Pad) และโฟมล้างหน้าใน K-Beauty แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:
PHA (ละลายในน้ำ / ผลัดเซลล์ผิวสูตรชุ่มชื้นรุ่นที่ 3): มีคุณสมบัติละลายในน้ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกและกักเก็บความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
LHA (ละลายในน้ำมัน / ผลัดเซลล์ผิวทำความสะอาดรูขุมขนรุ่นที่ 4): สืบทอดโครงสร้างจาก BHA แต่ถูกพัฒนาให้เข้ากับน้ำมันในผิวได้ดีขึ้น ช่วยละลายสิวหัวขาวและไขมันในรูขุมขนออกได้อย่างช้าๆ
สรุป
PHA (Polyhydroxy Acid) คือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวสูตรชุ่มชื้นรุ่นที่ 3 ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างสำหรับผู้ที่มีผิวภูมิแพ้หรือผิวแดงง่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ คุณสามารถใช้ PHA ได้ทุกวันเช้าเย็นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแสบระคายเคือง พร้อมสัมผัสความเรียบเนียนและความกระจ่างใสที่ฟิล์มความชุ่มชื้นมอบให้ได้อย่างปลอดภัย
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ
วางแผนการเดินทางของคุณเอง
รับคำแนะนำสำหรับไกด์ท้องถิ่นแบบ 1:1 และแผนการเดินทางที่กำหนดเองซึ่งปรับให้เหมาะกับขนาดกลุ่ม งบประมาณ และภาษาของคุณ